บ้านโมเดิร์นคันทรี

บ้านโมเดิร์นคันทรี

บ้านโมเดิร์นคันทรี

บ้านโมเดิร์นคันทรี ถ้าหากได้โอกาสได้เพิ่มเติมบ้านใหม่ในพื้นที่เดิม คนอ่านรู้สึกว่าจะทำออกมาในต้นแบบไหนกันบ้างครับผม มั่นใจว่าหลายท่านจะใช้โอกาสนี้ดีไซน์ของใหม่เข้าไปให้รู้สึกผิดแผก แม้กระนั้นก็คงจะมีคนไม่น้อยที่ต้องการเพิ่มบ้านที่เค้าหน้าคล้ายกับของโบราณเข้าอีกอีกข้างหลัง ให้มองมีความเกี่ยวเนื่องเป็นกลุ่มเป็นก้อนเดียวกัน ซึ่งหนทางข้างหลังก็อาจจะเสมือนบ้านข้างหลังนี้ บ้าน

บ้านโมเดิร์นคันทรี

เพราะเหตุว่าภายหลังจากก่อสร้างบ้านข้างหลังใหญ่เสร็จไปแล้ว 5 ปี เจ้าของบ้านก็รู้สึกว่าจะเพิ่มสตูดิโอแยกต่างหากสำหรับแขก นักออกแบบก็เลยวางแบบและก็สร้างตึกใหม่ที่เว้นระยะห่างจากบ้านเกิดเมืองนอนด้วยช่องว่างระหว่างตึก แม้กระนั้นก็ใส่ร้ายรู้สึกเชื่อมต่อกันด้วยแบบอย่างที่คล้ายคลึงกันรวมทั้งอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน มองแล้วเสมือนเป็นภาพต่อตัวต่อชิ้นใหญ่ที่ไม่บอกก็ไม่เคยทราบว่าตึกแต่ละข้างหลังสร้างคนละระยะเวลา

บ้านข้างหลังนี้อยู่ใน Seattle อเมริกา

ตึกเดิมเป็นบ้านสองชั้นฝาผนังสูงเหมือนโรงนาตะวันตก อุปกรณ์ที่ใช้ด้านนอกเป็นเมทัลชีทสีเทา เมื่อคิดจะเพิ่มเติมของใหม่เข้าไป คนเขียนแบบให้ความเอาใจใส่กับการผลิตความรู้สึกสม่ำเสมออีกทั้งในทางของพื้นที่และก็สายตา แต่ว่าก็จำเป็นต้องเว้นระยะห่างเผื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวสำหรับแขกด้วย ก็เลยขยับตึกใหม่ห่างออกมาจากบ้านเก่าราว 3 เมตร แล้ววางแบบตึกให้เป็นหลังคาเฉสูงในองศาที่ตลอดจากหลังคาบ้านเกิด สิ่งของฝาผนังแล้วก็หลังคาใช้เป็นเมทัลชีทโทนสีเดียวกัน ถ้าหากมองดูไกลๆจะมองเห็นทั้งหมดทั้งปวงรวมเป็นส่วนประกอบเดียวกัน

แม้ดูบนหลังคาบ้านจะมีความคิดเห็นว่ามีแผงโซล่าร์เซลล์เรียงแทบเต็มพืท้นที่ โน่นเป็นเนื่องจากต้องการของทุกคนให้โครงงานนี้มีความมั่นคง เพราะฉะนั้นก็เลยแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของบ้านทั้งคู่ข้างหลัง ซึ่งทำให้บ้านนี้ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์

ผู้ครอบครองสนุกสนานกับการเดินทางไปไอซ์แลนด์ที่มีอากาศหนาวเย็น หนึ่งเป็นแรงผลักดันให้พวกเราใช้พาเลทที่เป็นธรรมชาติสำหรับในการตกแต่ง จากห้องรับแขกนอกบ้านที่กรุด้วยไม้ซีดาร์ พาเข้ามาสู่ด้านในจะเปลี่ยนแปลงมาใช้แผ่นไม้อัดลายงามย้อมหุ้มห่อฝาผนังทุกด้าน ตัดความรู้สึกกับพื้นปูนเปลือยขัดมันเรียบแล้วก็ฝาผนังคอนกรีตโชว์ร่องรอยดิบๆในบางจุดทำให้บ้านมองอบอุ่นแม้กระนั้นเรียบง่ายล้ำสมัย บ้านสองชั้น

ด้านในด้านล่างมี มุมนั่งพักผ่อน โต๊ะรับประทานอาหาร แล้วก็ห้องครัว ในหอพักผ่อนถูกดีไซน์ให้เป็นโถงสูงดูโอ่โถง ฝาผนังกระจกตรงกันข้ามโซฟาเปิดมุมมองออกไปจับภูมิทัศน์เขียวชอุ่มด้านนอก สิ่งหนึ่งที่สะดุดตา ในห้องนี้หมายถึงผืนหนังสัตว์ที่ตกแต่งบนระเบียงชั้นลอย ที่เพิ่มอารมณ์บ้านสไตล์โมเดิร์นคันทรีรวมทั้งประพรมขนสัตว์สีขาวฟูนุ่มบนโซฟา ซึ่งน่าจะดีถ้าเกิดของตกแต่งพวกนี้เป็นเพียงแค่วัสดุสังเคราะห์ที่ทำเลียนแบบขึ้นมาแทนของแท้

ครัวเล็กๆในมุมสุดของบ้าน ตกแต่งชุดเครื่องครัวโทนสีดำล้ำยุค backsplash ไม่กรุด้วยกระเบื้องงามๆราวกับห้องครัวทั่วๆไป แต่ว่าใช้ฝาผนังคอนกรีตโชว์กริดไลน์รวมทั้งรูน็อตเป็นเบื้องหลัง ส่งผลให้เกิดภาพห้องครัวโก้ๆที่เชิญชวนให้ใช้งาน

ห้องนอนบนชั้นใต้หลังคามีแสงไฟพอเพียง ด้วยตำแหน่งหน้าต่างรวมทั้งช่องรับแสงสว่างได้รับการเลือกเฟ้นแนวทางมาอย่างยอดเยี่ยม ดังเช่น ช่องแสงสว่าง skylight เหนือเตียง และก็หน้าต่างด้านที่หันออกด้านข้างเพื่อความเป็นส่วนตัวจากบ้านข้างหลังใหญ่

การใส่ช่องแสงสว่าง Skylight ช่วยดึงแสงสว่างไปสู่ตัวบ้านจากข้างบนหลังคา ได้รับความนิยมในบ้านเขตหนาวหรือบ้านที่มีข้อกำหนดสำหรับในการใส่ช่องแสงสว่างข้างๆ ได้แก่ ทาวน์เฮาส์ที่ฝาผนังเพื่อนบ้านประกบชิดกัน 2 ด้าน แต่ว่าการเลือกใส่ skylight มิได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่เป็นเขตร้อน จำนวนแสงสว่างจะแรงกว่าบ้านเขตหนาว แม้ดึงแสงสว่างเข้ามาในบ้านมากเกินความจำเป็นจะร้อนจะอยู่เจ็บป่วย ควรที่จะเลือกใส่ไว้ในสุขา ห้องครัว หรือเหนือบันไดที่ปรารถนาแสงไฟมากมายๆอุปกรณ์กระจกที่ใช้ต้อมีคุณลักษณะสะท้อนความร้อน คุ้มครองรังสี UV ได้ ก็จะช่วยเพิ่มความสว่างให้บ้านแม้กระนั้นไม่รู้เรื่องสึกร้อนกระทั่งเหลือเกิน

บ้านโมเดิร์นคันทรีบนเนินต่างระดับ

อุปสรรคต่อการก่อสร้างบ้านนั้นมียิบย่อยจำนวนมากจนกระทั่งคิดไม่ถึง แม้ว่าจะสร้างในที่ราบรูปร่างงามก็บางทีอาจกำเนิดสิ่งที่ไม่คาดฝันได้ ไม่ต้องคิดถึงการผลิตบ้านบนพื้นที่เนินหรือพื้นไม่ราบเรียบเท่ากัน ว่าจะมีขั้นตอนที่เจ้าของบ้านแล้วก็ผู้รับเหมาทำการก่อสร้างจึงควรใช้อุบายสำหรับเพื่อการจัดการกับปัญหามากยิ่งกว่ากี่เท่า ยังไม่รวมค่าครองชีพสำหรับการปรับพื้นที่ บ้าน

บ้านโมเดิร์นคันทรี

ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ถือครองพื้นที่เนินไม่เรียบก็เลือกตัดใจไปซะก่อน แต่ปัญหาที่ว่ามานี้ถ้าเกิดผ่านไปได้พวกเราบางทีอาจจะเจอกับผลงานที่น่าพิศวงกว่าที่คิด เสมือนบ้านข้างหลังนี้ในรัสเซียที่เป็นเนินไต่ระดับที่จะต้องใช้มุมมองและก็กรรมวิธีใหม่ๆสำหรับการก่อสร้าง ทำให้ได้ครอบครองบ้านงามๆแบบที่บ้านอื่นไม่มี

ที่พักในบ้านนอกแว่นแคว้น Leningrad ประเทศรัสเซีย รอคอยอกแบบในปี 2019 แนวความคิดของโครงงานเป็นการผลิตพื้นที่ใช้สอยที่เปิดกว้างข้างในที่ต่อเชื่อมข้างนอกได้ง่าย ด้วยเหตุว่าครอบครัวอยากใช้เวลาอยู่ที่โล่งแจ้งกับเด็กๆให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ แล้วก็ปรารถนาสร้างจุดจูงใจให้กำเนิดความสอดคล้องกับธรรมชาติโดยไม่สูญเสียความสบายสบายสำหรับเพื่อการใช้งาน

เวลาที่ไซต์เข้าถึงยากรวมทั้งเป็นทางลาดเอียงที่ดูเหมือนคือปัญหาสำหรับการก่อสร้าง ดีไซน์เนอร์ก็เลยเสนอขั้นตอนการสร้างแบบเป็นชิ้นเสร็จมาประกอบหน้างาน ที่ช่วยลดขั้นตอนรวมทั้งความยุ่งยากสำหรับการดำเนินการ ไม่ต้องปรับหน้าดินเพราะว่าใช้กระบวนการทำพื้นฐาน เสาบ้านชูตึกให้เสมอกัน รวมทั้งวางแบบภูมิทัศน์ที่ใช้ประโยชน์จากความสูงที่เบาๆไต่ระดับได้อย่างมาก

บ้านตั้งอยู่ในส่วนลึกของแปลงและก็แบ่งได้สองส่วน – ส่วนสาธารณะข้างหน้าพร้อมห้องครัว และก็พื้นที่ส่วนตัวใกล้กับแนวป่า ตำแหน่งของบ้านแล้วก็โครงสร้างรองรับที่สูง ทำให้สามารถสร้างพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ใต้บ้านได้ รอบบ้านที่มีเฉียงแล้วก็ระบียงยื่นออกมาจากฐานราวกับแขนอันทรงอำนาจของส่วนบน สร้างภาพให้มองเห็นองค์ประกอบที่แยกออกมาจากพื้น

ความไม่เหมือนของความสูงช่วยเพิ่มความรู้สึกของบ้านที่สร้างด้วยต้นไม้ เพราะเหตุว่าทำให้แลเห็นยอดไม้จากหน้าต่างข้างๆและก็ระเบียงได้ชัด ความรู้สึกของไซต์ที่แตกต่างกันนี้สร้างเอฟเฟกต์ของดูมุมที่ผิดแผกแตกต่างระหว่างเดินจากสวนสู่ตัวบ้าน สำหรับอุปกรณ์เน้นย้ำใช้ที่เรียบง่ายแล้วก็เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม ดังเช่น ไม้ กระจก และก็โลหะ ของใช้สำหรับเพื่อนำมาใช้ตกแต่งบ้านทำมาจากไม้สนแท้ ราวบันไดด้านนอกทำมาจากไม้และก็สายเคเบิล ฯลฯ บ้าน

วางแบบบ้านหลังคาจั่วสไตล์โมเดิร์นคันทรีมีกลิ่นบ้านนอก แม้กระนั้นแทรกด้วยโทนสีและก็เส้นแบบล้ำยุคของสีดำรวมทั้งกระจกใส นอกบ้านมีระเบียงขนาดใหญ่ที่เดินสบายด้วยเท้าเปล่าบริเวณบ้าน ด้านในกลับสะอาดตาด้วยงานไม้รวมทั้งสีขาว รอบด้านเต็มไปด้วยความโปร่งสบายสว่างจากฝาผนังที่ทำด้วยกระจกมองเห็นทิวทัศน์แบบพาโนรามา โซนที่ตลอดกับระเบียงเป็นร้านอาหารรองรับมื้ออร่อย เป็นมุมสำหรับครอบครัวภายใต้ทิวทัศน์ฟ้าใสงามๆในวันพักกึ่งกลางหน้าร้อน

รัสเซียเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวจัด

พื้นที่โดยมากปกคลุมด้วยหิมะเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 6 เดือน นี่เป็นที่มาว่าเพราะเหตุใดบ้านนี้ก็เลยมีพื้นที่รับแสงสว่างค่อนข้างจะมากมาย ไม่เหมือนกับบ้านกระต๊อบสมัยก่อนจะก่อฝาผนังก้อนอิฐปิดทึบรักษาอุณหภูมิให้อบอุ่นข้างใน นอกเหนือจากกระจกที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างธรรมชาติของทิศเหนือเข้ามาในบ้าน ยังมีเตาผิงเพิ่มความอุ่นให้พื้นที่ดำรงชีวิตส่วนกลางของบ้านให้อยู่สบายขึ้นไม่ทรมาณจากความเหน็บหนาวข้างนอก

จะสุขใจมากแค่ไหนที่ได้เอนตัวนอนลงบนเตียงนุ่มๆซึ่งสามารถเก็บเอาความมีชีวิตชีวาจากแสงอาทิตย์ ฟ้า ต้นไม้ ดอกไม้ เอาไว้ได้เต็มพิกัด ในห้องตกแต่งอย่างอ่อนโยน ยามตื่นแสงสว่างตกกระทบผ้าม่านโปร่งๆจำเป็นต้องรับรุ่งเช้าวันใหม่อย่างอิ่มเอมหัวใจ

เฉียงข้างหน้าหันไปทางด้านทิศใต้ ในช่วงฤดูหนาว พระอาทิตย์จะส่องจากด้านนี้ให้ความอบอุ่นทั่วอีกทั้งบ้าน รวมทั้งในช่วงฤดูร้อน หลังคาของเฉียงจะสร้างเงาที่สวยแล้วก็เพิ่มเติมความสุขสบายสบายอีกทั้งในบ้านแล้วก็บนเฉียง นอกบ้านเว้นแต่มีจุดนี้สำหรับนั่งพักผ่อนดูทิวทัศน์จิบกาแฟล้อมอบอวลถ้วยโปรดรุ่งเช้าแล้ว ยังมีรอบๆแคมป์ไฟสำหรับยามเย็นแสนโรแมนติก ที่คู่ครองจะมานั่งดูดาวผิงไฟอาบความอุ่น หรือจะเชื้อเชิญเด็กๆมางานเลี้ยงปิ้งย่างก็เป็นการส่งท้ายวันอันแสนพิเศษก่อนนอน

แสงสว่างธรรมชาติ มีความหมายในทางของการลดความชุ่มชื้น เพิ่มความอบอุ่นในบ้านเขตหนาว แล้วก็สร้างชีวิตชีวาให้พื้นที่ใช้สอยเจริญ แต่ว่าถ้าหากใช้กระจกรับแสงสว่างในบ้านเขตร้อน จำเป็นจะต้องเล่าเรียนแนวทางที่ควรจะจัดตั้งให้ดี เนื่องจากว่าถ้าเกิดบ้านรับแสงสว่างในจำนวนที่มากเกินความจำเป็นจะมีผลให้บ้านร้อนอยู่ป่วยหนักได้ สำหรับบ้านต้องการจะติดฝาผนัง ประตู หน้าต่างกระจกในพื้นที่กว้างๆจำเป็นต้องมองหาแนวทางที่รับแสงสว่างอย่างมีคุณภาพ ไม่ทำให้บ้านเกินความจำเป็น เช่น ติดกระจกทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออก เพราะว่าแสงสว่างจะไม่แรงมากมายในกลางวัน ในเรื่องที่หลีกเลี่ยงมิได้ก็อาจมองถ้าหากระจกประเภทสะท้อนแสงก้าวหน้า มีฟิล์มถ่ายรูปกันร้อนกัน UV ฯลฯ

บ้านสไตล์โมเดิร์นคันทรี ชีวิตที่น่าอิจฉากึ่งกลางธรรมชาติ

ถ้าเกิดคนใดกันแน่เป็นคนชอบดูหนังคอละคร ก็จะรู้ดีว่าสำหรับในการถ่ายทำนั้นผู้จัดจำเป็นต้องมองหาโลเคชันที่สมควร ซึ่งครั้งคราวก็ใช้การเซ็ตฉากขึ้นมาเอง แม้กระนั้นก็มีหลายเคสที่จึงควรเช่าห้องเพื่อใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะในประเทศไทยแค่นั้น ในต่างชาติก็ใช้วิธีการแบบนี้ด้วยเหมือนกัน บทความนี้พวกเราจะพาไปดูบ้านข้างหลังหนึ่งที่มีชื่อว่า Sherman Residence บ้านโรงนา

บ้านโมเดิร์นคันทรี

ตั้งอยู่บนเนินเหนือช่องเขา San Fernando Valley ในลอสแองเจลิส เมืองแคลิฟอร์เนีย ประวัติความเป็นมาอันเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่นี้ ทำให้ภาพของบ้านปรากฏอยู่ในรูปภาพยนตร์รวมทั้งประชาสัมพันธ์หลายเรื่อง ข้างหน้าตาของบ้านจะเป็นยังไงนั้นตามไปดูพร้อมเลย

ข้างหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 San Fernando Valley ถูกแบ่งเป็นแปลงย่อย เพื่อผู้คนเข้ามาจองสร้างพื้นที่พักอาศัยในตอนที่การเคหะรุ่งเรือง แต่ว่าตรงนี้มิได้รับการพัฒนามาก่อน ก็เลยยังคงมีต้นไม้แล้วก็พืชหลายประเภท ดังเช่น ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ ต้นไซติดอยู่มอร์ขนาดใหญ่ แล้วก็ยังมีพืชที่ใช้ทานได้ ดังเช่นว่า ต้นส้ม ต้นมะเดื่อ และก็อะโวคาโด และก็ต้นปาล์ม รวมทั้งไม้อวบน้ำ เมื่อสิ่งแวดล้อมออกจะบริบูรณ์คนเขียนแบบก็เลยมีแนวความคิดว่า ควรจะก่อร่างสร้างตัวตึกให้อ่อนน้อมต่อสภาพแวดล้อม โดยการวางแบบแปลนให้สามารถรักษาแนวต้นไม้เดิมเอาไว้ให้สูงที่สุด และก็เปิดมุมมองบ้านรับแทนวิสัยทัศน์ได้รอบด้าน

นักออกแบบสร้างตึกที่มีคอนกรีตดิบๆแบ่งเป็นกล่องๆแล้วเชื่อมต่อให้เดินทางถึงกันได้ด้วยฝาผนังเล็กน้อยที่เป็นกระจกใส ด้านนอกด้านในโชว์ส่วนประกอบไม้มองอบอุ่นเป็นธรรมชาติ โดยสร้างข้อดีกับเพดานไม้คานเปิดที่ยื่นออกมาถึง 3.6 เมตร ภาพรวมของบ้านก็เลยราวกับศาลาโปร่งๆทรงเกือกม้า เบือนหน้าเข้าพบสระว่ายน้ำรวมทั้งพื้นที่ที่โล่งแจ้งกึ่งกลางอีกทั้งสามด้าน นอกจากนั้นยังมีฝาผนังกระจกใสในจุดอื่นๆของบ้านช่วยเพิ่มมุมมองของภูมิทัศน์ที่ไม่ธรรมดาให้กับบ้านทั้งยังข้างหลัง

บ้านในสนามกอล์ฟ เปิดหน้าต่างมามองเห็นสนามเขียวๆ

สนามกอฟท์เป็นสนามกีฬาที่สวยสดงดงาม ประกอบไปด้วยธรรมชาติพื้นสนามต้นหญ้าเขียวๆต้นไม้ใหญ่น้อย รวมถึงสระขนาดใหญ่ สำหรับนักกอลฟ์ที่ชอบใจกีฬาประเภทนี้หลายคนถึงกับซื้อบ้านติดสนามหรือในพื้นที่สนามเพื่อจะได้ออกรอบสบาย นักเขียนเคยคิดเล่นๆว่า บ้านที่อยู่ในสนามกอล์ฟอาจจะจำต้องเสี่ยงกับลูกกอฟท์จากผู้เล่นที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์หวดลอยละลิ่วมาทำลายประตูหน้าต่างเสมอๆ

แต่ว่าดูอย่างกับว่าบางทีก็อาจจะโดนนานๆครั้งเท่าที่พวกเราคิด เพราะเหตุว่ายังมีแบบบ้านที่สร้างอยู่ในเขตสนามกอลฟ์มาให้ดูอยู่เรื่อยอาทิเช่น บ้านใน 13th Beach Golf Course Estate อยู่ห่างจากระยะไดร์ฟจากหนออฟออกจะไกล ก็เลยไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อตัวบ้าน ตัวบ้านติดกระจกให้เพลินไปกับทิวภาพที่สวยของเนินทรายในแฟร์เวย์ที่ 14 ได้แน่ชัด

บ้านในสนามกอล์ฟ ตึกไม้รูปตัว U

บ้านข้างหลังนี้สร้างใน Connewarre เมืองควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย ขนาดพื้นที่ใช้สอย 309.5 ตารางเมตร ด้านนอกราวกับกระต๊อบไม้เล็กๆปิดเป็นส่วนตัว รวมทั้งปกป้องบ้านจากลูกกอล์ฟที่บางทีอาจจะลอยหลงมาบ้าง เมื่อเปิดประตูที่ปรุด้วยเลเซอร์เข้ามาด้านใน จะมองเห็นตึกที่มี 3 ส่วน เป็นรูปตัว U ล้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนที่โล่งแจ้งอยู่ข้างใน ใส่สุนทรียศาสตร์ให้บ้านด้วยงานคอนกรีตเปลือยผสมกับไม้ที่หุ้มห่อรอบบ้าน

มองอบอุ่นแบบบ้านต่างจังหวัดแต่ว่าโมเดิร์นขึ้น ด้วยเส้นสีดำแล้วก็ฝาผนังกระจกใส ตัวบ้านสร้างอยู่บนฐานแผ่นคอนกรีตที่ยกสูงขึ้นจากพื้นในระดับความสูงที่แตกต่างกัน เพื่อโซนบ้านที่อยากได้ทิวทัศน์สนามกอล์ฟได้รับมุมมองที่ไกลขึ้น แจ่มกระจ่างขึ้น

บ้านไม้โมเดิร์นคันทรี่ ฝาผนังกระจกเปิดดูทิวทัศน์สนามกอล์ฟ

บันไดคอนกรีตที่นำทางไปสู่ตัวบ้านมองเรียบยอด เข้ากันได้กับแผ่นปูพื้นระหว่างสนามที่เป็นคอนกรีตขนาดใหญ่ ประตูกระจกขนาดใหญ่เปิดออกเชื่อมพื้นที่บ้านรวมทั้งส่วนดำรงชีวิตที่โล่งแจ้งเข้าด้วยกันโดยตลอดลื่นไหล การจัดพื้นที่นั่งพักผ่อน รับประทานข้าว ใช้งานสารพัดประโยชน์กึ่งกลางมีตึกล้อมช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวสำหรับเพื่อการดำรงชีวิตที่โล่งแจ้งได้มากขึ้น

ตกแต่งบ้านกลิ่น Mid century

ด้านในห้องดำเนินชีวิตส่วนกลางปีกทางด้านซ้าย เป็นห้องโถงที่เชื่อมต่อภาพที่เอามาจากปากทางเข้าข้างหน้าไปยังพื้นที่ใช้สอยหลักที่ข้างหลัง ที่มีทั้งยังมุมนั่งพักผ่อนผิงไฟ ห้องกินอาหาร ห้องครัว ในช่วงเวลาที่ยังฝาผนังเหลือพื้นที่แสดงคอลเลกชันงานศิลปะความสามารถเจ้าของบ้านนิดหน่อย ดังนี้คนเขียนแบบใช้แนวทางการใส่ระดับความแตกต่างพื้นเมืองช่วยสำหรับในการระบุโซนของบ้าน โดยไม่ต้องมีฝาผนังทึบหรือกำแพงกีดกัน ทำให้บ้านมองอึดอัดแออัดคับแคบ และก็เลือกใช้ประตูสไลด์กระจกตลอดทั้งบ้านทำให้บ้านปิดเป็นส่วนตัวได้โดยที่ไม่ตัดขาดออกมาจากพื้นที่อื่นๆ

เปลี่ยนแปลงบ้านให้น่าอยู่

ย้อนไปในยุคเด็ก เมื่อสถานศึกษาพาไปเข้าค่ายลูกเสือเนตรสตรี ที่ค้างแรมในตอนทำกิจกรรมมักมีหน้าตาเหมือนเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หลังคาที่เอียงยาวลงมาแทบถึงพื้นดิน ทำให้เด็กๆตื่นเต้นไปกับไม่เหมือนกันของทรงที่แตกต่างจากที่อยู่อาศัย ซึ่งสร้างความตรึงใจแล้วก็ลดความหวาดกลัวจากการห่างบ้านลงไปได้ไม่มากมายก็น้อย เมื่อโตขึ้นหลายๆคนก็เลยได้แรงผลักดันนั้น เอามาแก้ไขใช้กับบ้านที่สร้างใหม่อย่างพอดีและก็งาม

ตึกชั้นเดี่ยวข้างหลังเก่าได้เอามาปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้มีความนำสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นช่วงเวลาเดียวกันก็สามารถคงจะบรรยากาศที่แสนอบอุ่นในห้วงความจำก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้อย่างดีเยี่ยม ออกแบบรูปแบบของหลังคาให้มีความลาดเอียงปกคลุมมาถึงระเบียงนั่งพักผ่อนนอกบ้าน ก็เลยให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ข้างหลังเล็กที่อยู่ในป่า

ฝาผนังข้างนอกรุทับด้วยสิ่งของลายไม้ เสมือนกำลังอำพรางตัวจากความระส่ำระสาย ให้ไม้ช่วยสร้างความอบอุ่นและก็บรรเทามาแทนที่ หลังคา ประตูหน้าต่างกรอบสีเทาดำ ตัดกับสีน้ำตาลได้ดีเยี่ยม เพิ่มมิติให้บ้านดูมีความน่าดึงดูดใจมากยิ่งกว่าเดิม

องค์ประกอบทั้งปวงที่มองเห็นอยู่ เป็นองค์ประกอบเดิมที่คนเขียนแบบยังเก็บไว้ใช้งานอย่างคุ้ม อุตสาหะรักษาแผนผังพื้นที่ให้ดังเดิมสูงที่สุดเท่าที่มีความจำเป็นไปได้ ช่วงเวลาเดียวกันได้เพิ่มเติมอีกพื้นที่ใช้สอยด้านในให้เชื่อมโยงกับพื้นที่ข้างนอกทางด้านเหรือ สามารถใช้พักได้ตลอดวันโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลเรื่องแสงตะวันอันแรงกล้า

จากแผนผังเดิมที่มีการกันห้องอย่างเป็นสัดส่วน ได้กระทำการเปลี่ยนแปลงให้เป็นแผนผังแบบ Open Plan รูปแบบของการนำไปใช้งานที่ลื่นไหล เชื่อมโยงถึงกันรวมทั้งกันโดยไม่มีฝาผนังมากีดขวาง ยืดหยุ่นและก็มีอิสรภาพ ทั้งยังยังได้อากาศที่หมุนวนทั้งวัน ไม่สะสมความร้อนหรือความชุ่มชื้นไว้ภายในห้องใดห้องหนึ่งเป็นพิเศษ